...เป็นคนชอบดูคาแรคเตอร์คนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว....


เพราะคิดว่า ทุกคนยูนีค แอบสนุกว่า เรากับคนคนนั้นจะเข้ากันได้ไหมนะ แล้วจะมีแอมบิชั่นไหนตรงกันบ้าง หรือมีแอมบิชั่นไหนเติมเต็มเราบ้าง


นี่จัดเป็นโอตาคุในแง่มุมหนึ่งหรือเปล่า?


เพราะฉะนั้น ยกตัวอย่างที่เห็นง่ายนะ เวลาชอบดารา แบบปิ๊งแบบจังๆเร็วๆประมาณว่า เห็นท่าทางนิดๆแล้วคิดว่า "เฮ้ย...น่ารักดีแฮะ" เลยมักจะแอบอยากรู้ว่า "เอ...ทำไมเราคิดว่าไอ้คนนี้มันน่ารักวะ" แบบทำไมถูกชะตาด้วย ?


แล้วเราก็จะเริ่มขุดอินเทอร์วิวมาอ่านแบบเท่าที่หาอ่านได้ หรือดูคลิปเคลื่อนไหวเพื่อสังเกตปฏิกิริยาเวลาที่คนคนนั้นเจอสถานการณ์ต่างๆ ดูว่าเค้าพูดถึงตัวเองยังไงบ้าง บลาๆ แล้วเรากับเพื่อนก็จะพยายามไล่ๆรวมๆและเรียบเรียงดูว่าคนคนนั้นเป็นยังไง สมมุติกันเล่นๆถ้าเจอเหตุการณ์ A B C จะทำยังไง บลาๆๆ

ซึ่งจะชอบมากชอบน้อยขึ้นจากตอนแรกไหม...มันก็ขึ้นอยู่กับตอนที่สังเกตและแอบมองนี่แหละ


แต่น่าแปลกนะ สำหรับเราน่ะ เวลาชอบใครแบบแรกพบขึ้นมา เวลาขุดๆต่อไปเรื่อยๆมักจะชอบมากขึ้นอีกว่ะ คล้ายๆเซ้นส์มันแรงอ่ะ ไอ้เรื่องไอเดียลเฟรนด์ ไอเดียลเซลฟ์ และไอเดียลเลิฟเวอร์ของตัวเองอ่ะ

สงสัยเป็นเพราะเราชอบขุดชอบวิเคราะห์คาแรคเตอร์มานานมากแล้ว มันทำให้แม่นเร็วขึ้นมั๊งมองออกเร็วน่ะว่าคนนั้นคนนี้น่ารักดี น่าจะเข้ากับเราได้ แค่เพียงแรกเห็นในเวลาสั้นๆ

เพิ่งพูดเล่นๆกับเพื่อนไปไม่นานนี้เอง ว่าเดี๋ยวนี้ยิ่งแก่ยิ่งดูคนแต่ที่หน้าตา แต่ที่จริงแล้ว มันค่อนข้างละเอียดกว่านั้นว่ะ แบบว่า คิดว่าดูคนที่บุคลิกมากกว่า ดูที่แววตาอะไรแบบนั้น (อันนี้สำคัญมาก   คิดว่าแววตาน่ะ ละเอียดมากในการตีความว่าเป็นคนยังไง) มันใช้สัญชาตญาณมากขึ้นคล้ายๆ คนที่ปาเป้าเล่นบ่อยๆ แล้วปาเป้าแม่นขึ้น ชำนาญขึ้นโดยไม่ต้องเล็งนานๆนั่นแหละ

เดี๋ยวนี้เลยเป็นแบบ เวลามองหน้าใคร จะสามารถพูดได้เร็วเลยว่า "เฮ้ยย น่ารักดี" หรือ "ไม่รู้ว่ะ รู้สึกแปลกๆ เหมือนเข้ากันไม่ค่อยได้" อะไรทำนองนั้น

แต่ก็มีผิดบ้างนะ อย่างเช่น เคสที่เจอไม่ค่อยบ่อยนัก ด้านคาแรคเตอร์น่ะ แบบนั้นก็แอบเฟลเหมือนกัน เพราะปกติเราจะแม่นมาก ค่อนข้างภูมิใจเลยแหละ แต่อย่างที่บอก มันมีความผิดพลาดได้เหมือนกัน นั่นก็ต้องเก็บๆเอาไว้เป็นตัวอย่าง ยิ่งเจอเคสไม่เคยเห็น ก็เหมือนยิ่งจะทำให้กรอบในการมองมันกว้างขึ้น และครอบคลุมขึ้นอ่ะ

การมองคนที่คาแรคเตอร์ได้ฉับพลันขึ้น มันทำให้เดี๋ยวนี้ บุคลิกภายนอกของคนที่เราชอบ มันคละแบบมากเลยแหละ จากเมื่อก่อนสิ่งที่เราชอบคนนั้นคนนี้แบบฉับพลัน จะเป็นประมาณว่าหน้าตาจืดๆ เฟมินีนมากๆ และดูเหมือนเด็กน้อย (แม้ว่าเดี๋ยวนี้ก็ยังชอบแบบนั้นเหมือนเดิมก็ตาม) แต่สิ่งดึงดูดใจยิ่งกว่าในคราวแรกที่เห็น มันไม่ใช่แบบนั้นแล้วว่ะ แต่มันกลายเป็นบุคลิกรวมๆของคนคนนั้นแทน

ทำให้ถ้ามองเผินๆแล้ว เดี๋ยวนี้ดูรูปในคอมจะรู้สึกว่า "เอ...ทำไมเดี๋ยวนี้สเปคฉันแต่ละคน มันดูไม่เหมือนกันจังเลยวะ" ฮ่าๆ

ซึ่งแม้ข้างนอกของคนที่เราชอบจะต่างกันมาก แต่เอาเข้าจริงๆสิ่งที่เราชอบข้างในก็มักจะเหมือนคล้ายๆกันไปหมดอยู่ดี  แต่จะเป็นแง่มุมของความคล้ายกันที่ลึกขึ้น และละเอียดขึ้นน่ะ พูดไม่ถูก อธิบายไม่ได้ แต่ทำให้คิดถึงคำคำนึงของคุณพี่คนนึง (ที่น่ารักมากกกก) ใช้คำว่า Moral Value ที่ตรงกัน ทำให้ปิ๊งกันเนี่ย ถือว่าตรงเผงกับที่เรารู้สึกเลยนะ

พล่ามมาตั้งยาว ทำไมถึงเขียนออกมาวะ สงสัยเป็นเพราะว่ากำลังฉงนสงสัยตัวเองอยู่มั๊งว่าทำไมถึงชอบคาแรคเตอร์เด็กญี่ปุ่นบางคนได้  พูดตามตรงเลยนะ ถ้าเมื่อปีสองปีก่อน ให้ตายเราก็ไม่เชื่อว่าตัวเองจะชอบคาแรคเตอร์เด็กแถบๆเอเชี่ยนได้ (หมายถึงชอบแบบมากๆนะ)

อย่างญี่ปุ่นคุงเนี่ยนะ เมื่อก่อน ให้ความรู้สึกว่าออกอนุรักษ์นิยมไปหน่อยสำหรับเรา เช่น ถ้าไม่พอใจอะไรก็ดูท่าทางจะไม่ยอมพูด ขี้กลัวที่จะแสดงความรู้สึกออกมา อะไรทำนองนั้น ซึ่งเราเป็นคนขี้เกียจเก็บความรู้สึกมากๆ ขี้เกียจตีความเยอะแยะแบบไม่เคลียร์ด้วย เลยทำให้คิดว่า คงเป็นไอเดียลเลิฟเวอร์กันไม่ได้แหงๆ

แต่เอาเข้าจริงๆน่ะนะ พอลองๆขุดๆหลายๆคนเข้า ญี่ปุ่นคุงบางคน น่ารักใช้ได้เลยนะ เป็นตัวของตัวเองสูงอย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะ ไอ้กรอบประเพณีต่างๆนาๆที่มันเคร่งครัดกว่าตะวันตกนั่นน่ะ มันทำให้ยูนีคแบบหาไม่ได้ในเด็กชาติตะวันตกมากกว่า

ความเคร่งครัดของสังคมนั่นน่ะ ทำให้เด็กญี่ปุ่นเซ็กซี่กว่า ในขณะที่เด็กฝรั่งออกน่ารักคิวท์ๆกว่า เป็นงั้นไปเนอะ

น่าแปลกเหมือนกัน ทั้งๆที่ เด็กฝรั่งน่ะนะ เรื่องโรแมนซ์แบบเซ็กซี่เป็นเรื่องพูดได้อย่างเปิดเผย ส่วนเด็กญี่ปุ่นแค่จับมือกันก็อายแทบม้วนอย่างไม่น่าเชื่อ แต่กลายเป็นว่าพูดโพล่งๆแบบเด็กฝรั่งอ่ะ มันกลับน่าเอ็นดูแทนแฮะ ดูใสๆซื่อๆมากกว่า เป็นเซ็กซี่แบบเจ้าตัวจงใจมากไป มันเลยดูเด็กไร้เดียงสาไปเลย

ส่วนเด็กญี่ปุ่นน่ะนะ ให้ตายก็ไม่พูด  ถ้าพูดก็ต้องเนียนมาก หรือเผลอมากๆ แต่อะไรที่มันอัดในอกนานๆ แล้วโผล่มาแว่บๆนั่นแหละ...ตัวดีเลย... เหมือนระเบิดใต้น้ำ

เพื่อนเคยบอกเราว่า มันเหมือนสาวแว่นนั่นแหละ เหมือนนอนกับแม่ชีอะไรแบบนั้น ฮ่าๆ เอางั้นเลยเรอะ เราไม่เคยชอบสาวแว่นในการ์ตูนเลยนะ ให้ตายสิ เพราะมันดูโยงไปถึงคำว่าหัวโบราณว่ะ     (หมายถึงรสนิยมของเราไม่ตรงกับสาวแว่นหัวโบราณนะ ไม่ได้ว่าสาวแว่นไม่ดี)

แต่สำหรับเด็กญี่ปุ่นที่ชอบเนี่ย มันคงต้องมีเงื่อนไขว่า เด็กพวกนั้นมันต้องมีตรรกะของมันเอง ไม่ได้โยงหรือยึดติดกับ moral ในสังคมมากนัก หรือถ้าจำเป็นต้องทำตามกฏ มันต้องเป็นแบบว่า รู้ตัวอยู่ว่าตัวเองกำลังทำอะไร นั่นน่ะ ถึงจะเข้ากับเราได้

นี่เขียนมาตั้งยาวเนี่ย...เป็นการแก้ตัวเหรอ? ฮ่าๆๆ แค่อยู่เล่นๆ เลยเขียนเล่นๆน่ะ หนุกดีเหมือนกันนะนี่ที่เขียนอยู่เนี่ย~

Comment

Comment:

Tweet

ดีจังเขียนได้เยอะแยะเลยbig smile

เวลาเราเจอคนน่ารัก ชอบ รู้สึกโรแมนติคดีจังอิๆ cry

#3 By บี (61.90.91.170) on 2009-10-06 12:59

เป็นเหมือนกันตรงที่ชอบใครแล้วต้องหาทางหาคำตอบมาให้ได้ว่าทำไมถึงชอบ (แต่มักไม่ได้คำตอบอะไรเป็นแก่นสารเท่าไหร่) มันก็เลยสร้างให้เขามีตัวตนขึ้นมาในห้วงความคิดเราชัดเจนเรื่อยๆ บางทีก็ชอบหาคำจำกัดความอะ พอเขาทำอะไรที่ เฮ้ย! มันใช่อะไรที่เราคิดไว้เลย จะฉลองอยู่เงียบๆ

(คิดเองเออเองคนเดียว จะฉลองกับใคร )

(เอ๊ะ ที่จริงเอามาโฮกในบล็อกออกจะบ่อย open-mounthed smile)

แต่เราชอบใครที พวกมันไม่เหมือนกันทั้งข้างนอกทั้งข้างในเลย เลยไม่เข้าใจว่าตกลงตัวเองชอบคนแบบไหนกันแน่ สงสัยจะ ไอ เลิฟ ยู จัส เดอะ เวย์ ยู อาร์ sad smile

#2 By เห็ด rosy on 2009-09-26 19:10

ถึงคุณโฮล์มส์...

เขียนออกมาเป็นตัวหนังสือบ้างก็ดีนะ หลังจากจุ๊บจิ๊บจุ๊บจับอยู่เป็นนาน แม้มันจะออกไหลๆ มากกว่าจะเป็นการเขียนที่ประณีต แต่ก็สดดีนะ ได้อ่านที่เขียนออกมาแล้วเหมือนจะทำให้รู้สึก.. โล่งๆ (รึป่าวไม่แน่ใจ.. หรืออะไรทำนองนั้น) อ่านแล้วเข้าใจและเห็นด้วย ดีจังเลยนะ...

รักษาสุขภาพด้วย อย่าหลงคนสวยมาก
วัตสัน







open-mounthed smile